1. ทะเล @ SEA 2. ภูเขา @ MOUNTAIN 3. น้ำตก @ Waterfall 4. ถ้า @ Cave 5. หิน @ Rock 6. ป่า @ Forest 7. บ่อน้ำ @ Swamp 8. แก่ง @ ISLET 9. ดิน @ Soil 10. น้ำพุ @ SPRING 11. แม่น้ำ @ River 12. จุดชมวิว @ View Point 13. ดอกไม้ @ FLOWER 14. ไดโนเสาร์ @ Dinosaur 15. ชีวิตสัตว์ @ Animal Life 16. สวนสัตว์ @ ZOO คุณคิดว่าที่เที่ยวไหนในไทยมหัศจรรย์์ค่ะ ?
SIGN IN :) SIGN UP
NAME
PASSWORD
Forgot Password
SIGN UP



PHIMAI HISTORICAL PARK [ NAKHON RATCHASIMA - Travel ] : อุทยานประวัติศาสตร์พิมาย [ ที่เที่ยว - นครราชสีมา ] @ More

 

THE WHITE SANDSTONE SHRINE +

THE RED SANDSTONE WALL + THE 7 HEADS NAGA BRIDGE

ปราสาทหินทรายสีขาว + กำแพงหินทรายสีแดง + สะพานพญานาค 7 เศียร

 

ชื่อ                  อุทยานประวัติศาสตร์พิมาย

ที่อยู่                อ. พิมาย 

 

จุดเด่น

    1. โบราณสถานสมัยขอม

     2. แหล่งโบราณคดีที่ทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์

     3.  พื้นที่  115  ไร่  

     4.  แผนผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า 

              -   กว้าง  565  เมตร

              -   ยาว  1,030  เมตร

     5. หันหน้าไปทางทิศใต้ 

              -  ที่อื่นมักจะหันหน้าไปทางทิศตะวันออก 

              -  สันนิษฐานว่าเพื่อให้หันรับกับเส้นทางที่ตัดมาจาก

                 เมืองยโศธรปุระ (  เมืองหลวงของอาณาจักรเขมร  )

                 ซึ่งเข้าสู่เมืองพิมายทางด้านทิศใต้

     6. ลักษณะ

             -  ศิลปะแบบปาปวน  ( รุ่งเรืองในสมัยนั้น )

             -  ศิลปะแบบนครวัด  ( นิยมในสมัยต่อมาปนอยู่บ้าง )

             -  ศตวรรษที่ 18 สมัยพระเจ้าชัยวรมันที่  7  ( มีการต่อเติมอีกครั้ง )

                   -  ซึ่งครั้งนั้นเมืองพิมายเป็นเมืองซึ่งมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับอาณาจักรเขมร

ความสำคัญ

    1.   เป็นศาสนสถานในพุทธศาสนาลัทธิมหายานมาโดยตลอด เนื่องจากพระเจ้าสุริยวรมันที่ 1

          และ พระเจ้าชัยวรมันที่  7  ทรงนับถือพุทธศาสนาลัทธิมหายาน
                 

ประวัติ

     1. ชื่อ  "  พิมาย "  

            -   คงจะมาจากคำว่า  "  วิมาย "  หรือ  "  วิมายปุระ "  

                       -   ที่ปรากฏในจารึกภาษาเขมรบนแผ่นหินตรงกรอบประตูระเบียงคดด้านหน้า

                           ของปราสาทหินพิมาย อีกทั้งยังปรากฏชื่อในจารึกอื่นอีกหลายแห่ง

                       -  อาจจะเป็นคำที่ใช้เรียก  " รูปเคารพ "  หรือ  " ศาสนาสถาน "

 

      2. จากหลักฐานศิลาจารึกและศิลปะการก่อสร้าง บ่งบอกว่า

               -  คงจะเริ่มสร้างขึ้นในราวปลายพุทธศตวรรษที่ 16 ในสมัยพระเจ้าสุริยวรมันที่ 1



สิ่งที่น่าสนใจ

     1. สะพานนาคราช  และ ประติมากรรมรูปสิงห์

      

         

           -  จะเห็นสะพานนาคราชเป็นสิ่งแรก

           -  อยู่ด้านหน้าของซุ้มประตู  ( ด้านทิศใต้ของปรางค์ประธาน  )          

           -  เป็นส่วนหน้าของปราสาท

           -  เป็นสัญลักษณ์แสดงถึง  การเชื่อมต่อระหว่าง  "  โลกมนุษย์  "  กับ  " โลกสวรรค์  "

              ตามคติความเชื่อในเรื่องจักรวาลทั้งในศาสนาฮินดูและศาสนาพุทธ 

           -   มีลักษณะเป็นรูปกากบาท

           -  ยกพื้นขึ้นสูงจากพื้นดินประมาณ  2.50  เมตร 

           -  ราวสะพานโดยรอบ

                    -  ทำเป็นลำตัวพญานาค ชูคอแผ่พังพานเป็นนาคเจ็ดเศียร

                    -  มีลำตัวติดกันเป็นแผ่น

                    -  หันหน้าออกไปยังเชิงบันไดทั้งสี่ทิศ
        

      2. ซุ้มประตูและกำแพงชั้นนอกของปราสาท

            

          ซุ้มประตู

            -  ถัดจากสะพานนาคราชเข้ามา

            -  เป็นซุ้มประตู หรือ เรียกว่า  "  โคปุระ  " 

            -  อยู่ทางกำแพงปราสาทด้านทิศใต้

            -  ก่อด้วยหินทราย

            -  มีแผนผังเป็นรูปกากบาท

            -  มีซุ้มประตูลักษณะเดียวกันนี้อีก  3  ทิศ  คือ 

                    -  ทิศเหนือ  /   ทิศ  ตอ. /  ทิศ  ตต. 

            -  ซุ้มประตูด้านทิศ ตต.

                   -  มีทับหลังชิ้นหนึ่ง

                          -  สลักเป็นรูปขบวนแห่พระพุทธรูปนาคปรกที่ประดิษฐานอยู่เหนือคานหาม

      กำแพงชั้นนอกของปราสาท

      -  เป็นแนวกำแพงสร้างเชื่อมต่อระหว่างกัน       

          

      -  เป็นผังรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า 

              -  ยาวจากเหนือ - ใต้      277.50   เมตร

              -  กว้างจาก ตอ. - ตต.    220       เมตร

 

     3. ซุ้มประตูและกำแพงชั้นใน ( ระเบียงคด )       

             

          -  เมื่อผ่านจากซุ้มประตูและกำแพงชั้นนอกไปแล้ว

          -  ก็จะถึงซุ้มประตูและกำแพงชั้นใน

                 -  เป็น   " ระเบียงคด  "  

                         -  ก่อเป็นห้องยาวต่อเนื่องกันคล้ายเป็นทางเดินมีหลังคาคลุม

                         -   มีผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า

                         -   ความยาว  เหนือ  - ใต้    80   เมตร

                             ความกว้าง   ตอ. - ตต.    72   เมตร

                         -   มีทางเดินกว้าง  2.35  เมตร  เดินทะลุกันได้ตลอดทั้งสี่ด้าน

                         -   หลังคามุงด้วยแผ่นหิน

                         -   การบูรณะระเบียงคด  พ.ศ  2532 

                         -   พบแผ่นทองดุนลายรูปดอกบัว  8  กลีบ 

                             บรรจุไว้ในช่องบนพื้นหินของซุ้มประตูระเบียงคดเกือบจะทุกด้าน 

                             แผ่นทองเหล่านี้คงไว้เพื่อความเป็นสิริมงคล


    4. ปรางค์ประธาน 

          

         -  ตั้งอยู่กลางลานภายในระเบียงคด 

         -  เป็นศูนย์กลางของศาสนสถาน

         -  สร้างด้วย  "  หินทรายสีขาว "   ทั้งองค์

         -   ต่างจากซุ้มประตู  ( โคปุระ ) และ กำแพงชั้นในและชั้นนอกที่สร้างด้วย  " หินทรายสีแดง "  

             เป็นหลักมีหินทรายสีขาวเป็นส่วนประกอบบางส่วน เนื่องจากหินทรายสีขาวมีคุณสมบัติคงทน

             ดีกว่าหินทรายสีแดง 

         -   องค์ปรางค์สูง   28   เมตร 

         -   ฐานสี่เหลี่ยมจัตุรัสย่อมุมไม้สิบสองยาวด้านละ   22   เมตร 

         -   ด้านหน้ามีมณฑปเชื่อมต่อกับองค์ปรางค์โดยมีฉนวนกั้น

         -   องค์ปรางค์และมณฑปตั้งอยู่บนฐานเดียวกัน

         -   ส่วนด้านอื่น ๆ  อีก  3  ด้าน มีมุขยื่นออกไป

         -   มีบันไดและประตูขึ้นลงสู่องค์ปรางค์ทั้งสี่ด้าน
        

     5. ปรางค์พรหมทัต  

         

         -  ตั้งอยู่ด้านหน้าปรางค์ประธานเยื้องไปทางซ้าย

         -  สร้างด้วยศิลาแลง

         -  มีฐานเป็นรูปสี่เหลี่ยมย่อมุม

                -  กว้าง  14.50  สูง  15  เมตร

         -  สร้างในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่  7 

         -   ภายในปรางค์พบ  " ปรางค์พรหมทัต  "

                

                  -  ประติมากรรมหินทรายจำหลัก

                  -  เป็นรูปประติมากรรม  ฉลององค์ของพระเจ้าชัยวรมันที่  7 ( จำลอง )  

                  -  ตั้งชื่อนี้ เนื่องจากต้องการให้เสอดคล้องกับตำนานพื้นเมืองเรื่อง  "  ท้าวพรหมทัตพระเจ้าแผ่นดิน  "

                     (  ปัจจุบันกรมศิลปากรได้เก็บรักษาองค์จริงไว้ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพิมาย )


    6. ปรางค์หินแดง

          

        -   อยู่ทางด้านขวา

        -   สร้างด้วยหินทรายสีแดง

        -   กว้าง  11.40   เมตร 

        -   สูง 15 เมตร

        -   มีมุขยื่นออกไปเป็นทางเข้าทั้ง  4  ทิศ 

                1. ทิศเหนือ 

                      -  มีทับหลัง 

                             -  ที่กรอบประตูทางเข้า 

                             -  สลักเป็นภาพเล่าเรื่องในมหากาพย์ภารตะ  ตอน  " กรรณะล่าหมูป่า  "

                 2. ทิศตะวันตก 

                      -  รอบด้วยกำแพงชั้นนอกอีกชั้นหนึ่ง ประกอบด้วยอาคารที่เรียกว่า  "  บรรณาลัย  " 

                          (  มีสองหลังตั้งอยู่คู่กันและมีสระน้ำอยู่ทั้งสี่มุม  )


เปิด              07.30  -  18.00 น.   ( ทุกวัน )  

ค่าเข้าชม

    -  ชาวไทยคนละ   10   บาท   /   ชาวต่างประเทศคนละ   40   บาท  

    -  บริการยุวมัคคุเทศก์ฟรี    

 

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

    -  โทร. 044 - 471 - 568


โบราณสถานนอกกำแพงปราสาทหินพิมาย 

 
     1. ประตูเมืองและกำแพงเมืองพิมาย 

             -  สร้างในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่  7 

             -  มีประตูเมืองทั้ง  4  ทิศ 

                   -  ประตูชัยด้านทิศใต้ 

                            -   นับเป็นประตูเมืองที่สำคัญที่สุด เพราะรับกับถนนโบราณ

                                ที่ตัดผ่านมาจากเมืองพระนครเข้าสู่ตัวปราสาทพิมาย

             -  หากหยุดยืนที่ช่องประตูเมืองด้านทิศใต้ จะมองเห็นปราสาทหินพิมายผ่านช่องประตูเมืองพอดี

             -  ลักษณะประตูเมืองมีแผนผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า

             -  มีทางผ่านตลอดกลางประตู

             -  ส่วนของหลังคาได้หักพังไปหมดแล้ว


       2. เมรุพรหมทัต

              -  อยู่ทางด้านทิศ ตอ. / ต 

              -  เป็นซากโบราณสถานก่อด้วยอิฐ

              -  ปัจจุบันเป็นมูลดินทับถม

                        -  เป็นรูปกลมสูงประมาณ  30  เมตร

                        -  เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ  59  เมตร 

              -  ที่ตั้งชื่อนี้เนื่องจาก เชื่อว่าเป็น  "  ที่ถวายเพลิงพระศพท้าวพรหมทัต  "   ตามตำนาน

              -  สร้างขึ้นในสมัยอยุธยาตอนปลาย

 

       3. อยู่ทางทิศใต้   

               -  ท่านางสระผม  

               -   กุฏิฤาษี  

               -   อโรคยาศาล



.
Your Email :
กรุณาพิมพ์สถานที่คุณโหวตที่นี่
Please Vote Here


MENU
วันหยุดนี้ไปเที่ยวไหนดี ? ไปหาที่เที่ยววันหยุดกันค่ะ
17. พระพุทธรูป @ Buddha Image
18. ไปเที่ยววัด @ Temple
19. โบราณสถาน @ Ancient Remain
20. อุทยานประวิติศาสตร์ @ Historical Park
21. วัง @ Palace
22. พิพิธภัณฑ์ @ Museum
23. ตลาดน้ำ, ตลาดโบราณ @ Floating & Old Market
24. หมู่บ้าน, ชุมชน @ Village
25. ช้อปปิ้ง @ SHOPPING
26. กิจกรรม @ Activity
27. สวนสนุก @ Amusement Park
28. อาคาร @ Building
29. สะพาน @ Bridge
30. เส้นทางแปลก ๆ @ Wondering Way
31. การแสดง @ Showing
บอร์ดพูดคุย - เล่าสูกันฟัง  >   Post Boardบอร์ดพูดคุย - เล่าสูกันฟัง > Post Board
All Post Board @ หน้ารวม
 PR.  News  >  ฝากข่าวประชาสัมพันธ์  PR. News > ฝากข่าวประชาสัมพันธ์
Job > ประกาศงานฟรี + หางาน


 free counters    
© 2019 All Rights Reserved
Powered by
ThaiWebWizard.com